Recent News

เบอร์โน มรดกโลกแห่งความเรียบงาม

Posted by admin on November 16th, 2009

สนใจ ทัวร์ต่างประเทศ เชิญได้ที่ etravelway

เบอร์โน มรดกโลกแห่งความเรียบงาม

เบอร์โน

เบอร์โน… มรดกโลกแห่งความเรียบงาม (กรุงเทพธุรกิจ)

โดย : มัสแตงค์ tigerlionsnake@hotmail.com

หลังจากวนเวียนอยู่ใน “เวียนนา” มาหลายเพลา… ถ้ามีเวลาเหลืออยากแนะนำให้นั่งรถทัวร์ ไปเยือนเมืองมรดกโลกที่อยู่สาธารณรัฐเชค

ใกล้กันนิดเดียว ชื่อเมือง “เบอร์โน่” เป็นสถานที่ที่น่าไปอย่างยิ่ง หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อหรือรู้จักเมืองนี้มาก่อน เอาล่ะ..มาทำความรู้จักเมืองเก่าแสนงามแห่งนี้กันดีกว่า

เบอร์โน

เบอร์โน เป็นเมืองหลวงของแคว้นโมราเวียใต้ ของสาธารณรัฐเชค ประเทศเล็ก ๆ ในยุโรปตอนกลาง แบ่งการปกครองออกเป็น 13 เขต แคว้นนี่อยู่ใต้สุดติดกับประเทศออสเตรีย เป็นเมืองเล็ก ๆ แต่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ มีประชากรประมาณ 3.3 แสนคน หลายคนคุ้นกับเมืองหลวง “ปราก” ที่สวยงามเหมือนเมืองแห่งเทพนิยาย แต่สำหรับคออนุรักษ์และผู้ที่สะสมไมล์ชมเมืองมรดกโลก ขอบอกว่าต้องแวะที่นี่ แล้วจะได้รู้กันว่าน่าหลงใหล มีมนต์ขลัง น่าประทับใจ

เมืองเบอร์โน (Brno) ถึงเล็กแต่ก็จัดเป็นเมืองอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และมีหลายสิ่งโดดเด่นทั้งในแง่ศิลปวัฒนธรรมและอาหารการกิน อาทิ

ไวน์ เบอร์โน โดดเด่นเรื่องผลิตไวน์ คอไวน์จากทั่วสารทิศมาที่นี่เพื่อชิมไวน์ ที่หาซื้อง่ายมาก ที่พิเศษคือมีร้านชื่อ Vinarna ที่กดไวน์ออกจากถังไวน์กันสด ๆ คอสุราคงได้กรึ่มกันทั้งวัน…

เมืองเก่าเบอร์โน ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองมรดกโลก เป็นเมืองหลวงของแคว้นโมราเวีย ตั้งแต่ปี ค.ศ.1641 อาคารในเมืองเก่าย่านคนเดินเท้า มีเสน่ห์ในสไตล์สถาปัตยกรรมเก่าแก่ดั้งเดิมและถือเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้

สถานที่ชูโรงที่ต้องชม ไม่งั้นคนเขาจะหาว่าคุณมาไม่ถึง นั่นคือ หมู่บ้านเลดนิเซ และ หมู่บ้านวาลติเซ (Lednice-Valtice) ซึ่งมีปราสาทของตระกูลลิคเคนส์สไตน์ อยู่หลายหลัง ออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อเสียงของยุโรป

สำหรับปราสาทที่งดงามที่สุด จนองค์การยูเนสโกยกย่องให้เป็นหมู่อาคารมรดกโลกคือ ปราสาทวาลติเซ (Valtice Castles) ก่อสร้างระหว่างปีศตวรรษที่ 17 และ 20 ปกครองโดยท่านดยุคแห่งตระกูลลิคเคนส์สไตน์ มีศิลปะแบบบาโร้ค ผลงานส่วนใหญ่เป็นของ Johann Bernhard Fischer von Erlach แล้วยังมีศิลปะคลาสสิกและนีโอ-โกธิคด้วย ขอให้ใช้เวลาดื่มด่ำกับการชมปราสาท ถึงแม้จะหลังไม่ใหญ่เท่าที่อื่น แต่ความวิจิตรบรจงมีอยู่ทั่วทุกมุม

แต่อย่าเพลินชมแต่ในปราสาท จนลืมมองความงามที่อยู่ภายนอก ด้วยรอบ ๆ ปราสาท มีสวน สระน้ำ และพันธุ์ไม้หายาก ตกแต่งในสไตล์อังกฤษ ถือเป็นหนึ่งในแลนด์สเคปที่สวยสุดแห่งหนึ่งในยุโรป

เบอร์โน

สถานที่สำคัญอื่น ๆ ของเมือง ยังมี มหาวิหารเซ็นต์ปีเตอร์แอนด์ปอลล์ ตั้งอยู่บนเนินเขา Petrov ที่ มองเห็นวิวสวยสุดขีด เป็นจุดชมวิวที่โรแมนติกมาก มหาวิหารได้รับการบูรณะหลายครั้ง ระหว่างปี ค.ศ.1749 – 1746 และได้ปรับเปลี่ยนให้เป็นสไตล์บาโร้ค แต่พอถึงศตวรรษที่ 19 – 20 มหาวิหารได้รับอิทธิพลของศิลปะแบบนีโอ-โกธิค แต่ถึงจะบูรณะปรับเปลี่ยนไปอย่างไร ความสวยงามสง่าและความขลังยังคงอยู่ตราบจนทุกวันนี้

เบอร์โน

ต่อจากนั้นไปชม Villa Tugendhat บ้านหลังนี้เป็นสถานที่หนึ่งในประวัติศาสตร์ของเมือง เป็นบ้านหลังแรกที่มีสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์น เจ้าของบ้านชาวยิวทำโรงงาน ตั้งใจสร้างบ้านนี้ให้ครอบครัวได้อยู่อาศัยกัน แต่สร้างบ้านเสร็จได้ 8 ปี ก็ต้องลี้ภัยออกจากประเทศ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง บ้านถูกทำลายและต่อมากลายเป็นโรงพยาบาลและโรงเรียน จนกระทั่งกลายเป็นสมบัติของเมืองในที่สุด

น่าเสียดายที่ข้าวของและตัวบ้านถูกเผาทำลายเพราะไม่รู้คุณค่า เหลือแค่เฟอร์นิเจอร์ 3 ชิ้นเท่านั้น แต่ทางการก็เปิดให้เข้าชมตั้งแต่ปี ค.ศ.1988 ต่อจากนั้นได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ แต่ละจุดของบ้านใช้สถาปนิกเฉพาะด้าน พื้นใช้หินอ่อนจากอิตาลี ซึ่งในยุคนั้นไม่เคยมีบ้านใดใช้มาก่อน บางคนอาจรู้สึกเฉย ๆ ก็เหมือนบ้านทั่วไปในยุคปัจจุบัน แต่ถ้าคิดให้ลึก ๆ นึกภาพตามไประหว่างชมบ้าน จะรู้ว่าเมื่อย้อนหลังไป 79 ปี การก่อสร้างเมื่อปี ค.ศ.1930 ที่เขาทำได้อย่างไรแล้วจะรู้สึกขนลุกกับความสามารถและความครีเอทีฟของคนสมัย ก่อน

ท้องร้องเสียแล้ว แวะชิมอาหารพื้นเมืองของชาวเชกที่เรียกว่า ปลาคาร์ฟชุปแป้งทอดกับสลัดมันฝรั่ง (Smazeni kapr a bramborovy salat) ซึ่งเมนูนี้ทำประจำทุกวันที่ 25 ธันวาคม หรือในวันคริสต์มาส ภาษาเชค เรียกปลาคาร์พว่า “Kapr”

เบอร์โน

ช่วงก่อนคริสต์มาส ร้านรวงจะจัดเต็นท์ขายปลาตามจตุรัสกลางเมืองหรือหน้าห้างสรรพสินค้า นำปลาเป็น ๆ ไว้ในบ่อพลาสติกสูบลมขนาดใหญ่ เมื่อได้ปลามาแล้ว จัดแจงหั่นตามขวาง ชุบแป้งผสมไข่และเนย ต่อจากนั้นชุบขนมปังป่นก่อนนำไปทอดในน้ำมันร้อน ๆ ชาวเชกกินเค็ม นิยมโรยเกลือด้วย แต่ปลาที่กินหาง่ายและรสชาติใช้ได้คือ ปลาเทร้าต์ทอด ส่วนขนมที่เป็นหน้าเป็นตาของชาวเชกคือ แพนเค้กราดแยม ถึงหน้าตาจะธรรมดา แต่รสชาติอร่อย หวานกำลังดี ขอยกนิ้วให้

มาถึงประเทศเชกแล้ว จะไม่ลองอาหารประจำชาติก็กระไรอยู่ อาหารชนิดนี้ชื่อ คเนดลิกี้ – knedlik หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า “dumplings” หน้าตาคล้ายแป้งซาลาเปา เวลาเสิร์ฟ จะหั่นเป็นแว่น ๆ แล้วราดด้วยครีมหวานหรือ “smetana” หรือกินกับอาหารอื่น ๆ เช่น  mard arsky gulas (ฮังกาเรียน กูลาส) ข้อควรระวังเวลากินคเนดลิกี้ กินมากอาจจุกเสียดได้

คเนดลิกี้มีหลายชนิด แบบท็อปฮิต ได้แก่ ovocne knedliky สอดไส้ผลไม้ แบบ bramborove knedliky ทำจากมันฝรั่ง houskove knedliky อ่านว่า โฮสโกเว่ เป็นคเนดลิกี้สีขาว และเป็นอาหารประจำบ้าน ยังมี svestkove knedliky ทำจากลูกพลัม

เบอร์โน

ชาวเอเซียอย่างเราอาจไม่ถูกปากกับคเนดลิกี้มากนัก แต่ถ้ามาถึงที่แล้วก็ต้องลองของกินพื้นบ้าน ถ้ากินยากนัก แนะให้ดื่มเบียร์ ถือว่าครบสูตรชาวเชก เมื่อพูดถึงเบียร์ คอเบียร์ต้องไม่พลาดเบียร์ยี่ห้อ starobrno ซึ่งดังมาก กวาดรางวัลมาเยอะ แต่รสออกค่อนข้างหวาน เหมาะกินแกล้มกับ knedliky เบียร์ราคาถูกก็มี วางขายทั่วสาธารณรัฐเชกชื่อ Kozel หรือเบียร์ตราแพะ ดูภายนอกเหมือนไม่แรงแต่ความจริงแรงมากจนมีคนตั้งชื่อให้ว่า เบียร์ตราแพะบ้า ขอท้าให้เซียนเบียร์ลิ้มลอง

เวลาชนแก้วกัน ชาวเช็คนิยมพูดว่า Na zdravi หมายความว่า เพื่อสุขภาพหรือขอให้พลังสถิตอยู่กับท่าน (ลอกมาจากอัศวินเจไดหรือเปล่า)

เมืองเบอร์โนสวย สงบ มีเสน่ห์ชวนฝันอยู่ลึก ๆ เหมาะกับคนที่ต้องการพักรบหรือพักผ่อนจากวันที่อ่อนล้า ไปแล้วจะกลับมาพร้อมกับแบตเตอรี่เต็มเปี่ยม…

หมายเหตุ : ภาพบางส่วนจาก topbicycle.com, brno.me, top-properties.com, en.arrivalguides.com, marvoguide.com

เวลาซื้อน้ำดื่มที่สาธารณรัฐเชค ควรจำสลากสีขวดให้ดี ๆ สีฟ้าคือน้ำเปล่าบริสุทธิ์ ไม่มีแก๊ส สลากสีเขียวเป็นน้ำมีแก๊สปานกลาง ไม่แรงมาก แต่ถ้าสลากสีแดงล่ะก็ น้ำดื่มผสมแก๊สเต็มเหนี่ยว ส่วน ขวด สลาก หรือฝาสีอื่น ๆ เช่น ม่วง เขียว ส้ม เหลือง คือน้ำแร่ปรุงแต่งรสผลไม้ หรือน้ำผลไม้

เวลาแลกเงินระวังพวกต้มตุ๋นที่มักนำเงินบัลแกเรียมาแลก วิธีสังเกตคือแบงก์บัลแกเรียมีตัวอักษรคล้ายภาษารัสเซีย ในขณะที่ภาษาเชคใช้ตัวอักษรโรมันแบบที่ใช้ในยุโรป และไม่ควรแลกเงินกับคนแปลกหน้า

เกาะที่อยู่ในทะเลตะวันออก

Posted by admin on November 3rd, 2009

http://www.malibu-travel.com/inter/images/packet_holiday/20553.jpg

เกาะช้าง เป็นเกาะที่อยู่ในทะเลตะวันออก 8กิโลเมตรจากท่าเรือแหลมงอบ ที่เกาะช้างอุทยานแห่งชาติมีหมู่เกาะประกอบด้วย40เกาะที่เกาะช้างใหญ่ที่สุดเมื่อเปรียบเทียบในระดับประเทศเกาะช้างเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองในประเทศไทยเกาะจะมีความสูงที่743เมตรเหนือระดับน้ำทะเล”เสน่ห์ในสไตล์ ของการผสมผสานศิลปะทุกวิลล่า ออกแบบพิเศษให้โดดเด่นที่สีสันแกมขาวเพื่อให้กลมกลืนกับธรรมชาติสระว่ายน้ำกว้างขวาง เพียงก้าวเดียวจากห้องก็พบกับธรรมชาติแล้วท่านสามารถพักผ่อนหย่อนใจไปกับบรรยากาศสีเขียว “ก็พบกับธรรมชาติแล้วท่านสามารถพักผ่อนหย่อนใจไปกับบรรยากาศสีเขียว”

คู่มือเดินทางเข้า สปป.ลาว

Posted by admin on October 15th, 2009

สนใจ ทัวร์ต่างประเทศ เชิญได้ที่ etravelway

คู่มือการเดินทางเข้าสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผ่านทางด่านช่องเม็ก ดังนี้…

1. หลักฐานการเดินทาง

ใบอนุญาตผ่านแดน (Border Passed) ให้ขอได้จากสำนักงานจังหวัดอุบลราชธานี ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหน้าหลัง จำนวน 3 แผ่น (รับรองสำเนาถูกต้องด้วย)

สำเนาทะเบียนบ้านจำนวน 3 แผ่น (รับรองสำเนาถูกต้องด้วย)

รูปถ่าย 2 นิ้ว จำนวน 3 รูป

2. การปฏิบัต

ให้ ยื่นคำร้องขออนุญาตผ่านแดน พร้อมหลักฐานดังกล่าวล่วงหน้า 3 วันราชการ ต่อผู้มีอำนาจอนุมัติ ที่สำนักงานจังหวัด ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี

ในกรณีที่ผู้ติดตาม (บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น) อายุไม่เกิน 15 ปี ให้ติดรูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว 3 รูป เพื่อประกอบหลักฐาน

ข้าราชการที่จะเดินทางผ่านแดนต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีเจ้าสังกัด

3. กำหนดเวลาเดินทาง

ทัศนาจร หรือท่องเที่ยว 3 วัน

ติดต่อธุรกิจการค้า หรือเยี่ยมญาติ 7 วัน

ติดต่อธุรกิจการค้า (มีใบทะเบียนการค้ากับ สปป.ลาว) 30 วัน

การ นำพาหนะข้านแดนเข้าไปในลาว ผู้ขับต้องมีสำเนาใบอนุญาตขับขี่ และใบเสียภาษีรถยนต์ สำหรับรถยนต์ที่ยังไม่ได้โอนทะเบียนเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์ และถูกต้อง ต้องมีเงินสดเป็น หลักทรัพย์ หรือบุคคลที่เชื่อถือได้เป็นผู้ค้ำประกัน

4. ขั้นตอนการยื่นหนังสื่อเดินทาง

เมื่อ ได้รับอนุญาตผ่านแดนแล้ว ในวันเดินทางหรือก่อนเดินทาง 1 วัน ให้นำเอกสารไปยื่นที่ ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดอุบลราชธานี อำเภอพิบูลมังสาหาร เพื่อตรวจสอบจำนวนคน เจ้าของรถ ใบขับขี่ และใบเสียภาษีรถยนต์

นำเอกสารดังกล่าว ไปตรวจสอบที่ด่านศุลกากรพิบูลมังสาหาร แล้วจึงนำไปจุดตรวจที่ด่านช่องเม็ก

ติดต่อด่านศุลกากรลาว เพื่อตรวจสอบหลักฐาน และชำระค่าธรรมเนียม

5. ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

ไปท่องเที่ยวไปเยี่ยมญาติ เสียค่าธรรมเนียมผ่านแดน (ลาว) คนละ 125 บาท

ติดต่อธุรกิจการค้า เสียค่าธรรมเนียมผ่านแดน (สปป.ลาว) คนละ 220 บาท
วันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เสียค่าพาหนะที่พรมแดนไทย คันละประมาณ 500 บาท ซึ่งวันราชการไม่เสียค่าพาหนะและค่าล่วงเวลา

เมื่อเดินทางจากช่องเม็กไปแล้ว เมื่อถึงเมืองเก่าโพนทอง ก็จะมีเส้นทางให้เลือกอยู่ 2 เส้นทางคือ..

- เส้นทางเก่า ข้ามแพขนานยนต์ ซึ่งข้ามจากท่าข้ามเมืองเก่าโพนทอง ไปยังท่าแพเมืองปากเซ รถ 1 คัน ค่าใช้จ่ายเที่ยวละประมาณ 195 บาท

- เส้นทางใหม่ ข้ามทางสะพาน ลาว-ญี่ปุ่น (สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2) เมืองปากเซ แขวง จำปาสัก สปป.ลาว ซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการผ่านทาง โดยคิดอัตราค่าธรรมเนียมผ่านสะพาน ดังนี้…

ประเภทรถ ราคา/กีบ
1. รถเครื่อง, สามล้อถีบ, รถลาก 500 กีบ => 2.5 บาท
2. รถสามล้อเครื่อง 1,000 กีบ => 5 บาท
3. รถตุ๊กตุ๊ก, สกายแล็ป, ต๊อกๆ 2,000 กีบ => 10 บาท
4. รถเก๋ง, รถกะบะ 5,000 กีบ => 25 บาท
5. รถโดยสาร หรือรถบัสไม่เกิน 15 ที่นั่ง 10,000 กีบ => 50 บาท
6. รถโดยสาร หรือรถบัสไม่เกิน 35 ที่นั่ง 15,000 กีบ => 75 บาท
7. รถบรรทุก 6 ล้อเล็ก 20,000 กีบ => 100 บาท
8. เครื่องจักรประเภทล้อยางทุกชนิด 25,000 กีบ => 125 บาท
9. รถโดยสาร หรือรถบัสเกิน 35 ที่นั่ง 25,000 กีบ => 125 บาท
10. รถบรรทุก 6 ล้อใหญ่ 27,000 กีบ => 135 บาท
11. รถบรรทุก 10 ล้อใหญ่ 34,000 กีบ => 190 บาท
12. รถลาก 47,000 กีบ => 235 บาท
13. รถพ่วง 52,000 กีบ => 260 บาท
14. รถบรรทุกเกิน 18 ล้อขึ้นไป 62,000 กีบ => 310 บาท

หมายเหตุ : เพื่อความสะดวก กรุณาเตรียมเงินให้ครบตามประเภทรถของท่าน อัตราแลกเปลี่ยน โดยประมาณ ณ ขณะนี้ 1 บาท ประมาณ 200 กีบ

เมื่อ เดินทางถึงเมืองปากเซแล้ว ให้นำเอกสารผ่านแดน ไปแจ้งเข้าเมือง ที่แผนกจราจร และ ที่ทำการ แขวงจำปาสัก และเมื่อจะเดินทางกลับให้นำเอกสารชุดเดิม ไปแจ้งขออนญาตออกนอกเมือง ที่แผนกจราจร

ผู้ไม่ปฏิบัติตามกฎดังกล่าวข้างต้น จะต้องเสียค่าสินไหม หรือค่าปรับตั้งแต่ 100 – 500 บาท

6. ข้อปฏิบัติเมื่อเดินทางกลับมาถึงพรมแดนช่องเม็ก

นำเอกสารผ่านแดนที่มีใบสลักหลังของแผนกจราจร และที่ทำการอำเภอ ยื่นให้เจ้าหน้าที่ศุลกากร (ลาว) เพื่อขอคืนเอกสารเดินทาง

นำเอกสารการเดินทางมายื่นที่เจ้าหน้าที่พรมแดนช่องเม็กและด่านศุลกากร (ไทย) เพื่อตรวจ สอบหลักฐาน และจำนวนคน

นำเอกสารเดินทางมายื่นต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองด่านช่องเม็ก เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง

7. ค่าล่วงเวลา

การ เดินทางกลับถึงด่านศุลกากร (ไทย – ลาว) ต้องอยู่ในช่วงเวลาราชการ ( 08.00 – 12.00 น.และ 13.00 – 16.30น.) คือในเวลาราชการเท่านั้น หากเลยเวลาดั้งกล่าว จะต้องเสียเงินค่าล่วง เวลาทำงาน คนละ 5 บาท ค่ารถคันละ 25 บาท

ขอวีซ่าเข้าประเทศเวียดนาม

Posted by admin on October 13th, 2009

สนใจ ทัวร์ต่างประเทศ เชิญได้ที่ etravelway

เวียดนาม

ระเบียบการและเอกสารยื่นขอวีซ่าเข้าประเทศเวียดนาม

1. บุคลลที่ถือหนังสือเดินทางประเทศไทยไม่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศเวียดนาม

2. กรณีบุคคลถือหนังสือเดินทางต่างชาติ

– หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

– รูปถ่ายขนาด 1.5 – 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป

เวลาทำการของสถานทูต

เวลาทำการของสถานฑูต 8.30-12.00 น. และ 13.30–16.30 น.

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-251–7202 / 02-251–5836-8

นอร์เวย์ แชมป์ คุณภาพชีวิต ดีที่สุดในโลก

Posted by admin on October 9th, 2009
นอร์เวย์

ยูเอ็นดีพี เผย นอร์เวย์ ยังครองตำแหน่งชาติประชากรคุณภาพชีวิตดีที่สุดของโลก   ขณะที่สหรัฐฯอยู่อันดับ13 ลดจากปีท่ีแล้ว 1 อันดับ ส่วนกลุ่มรั้งท้ายจาก  182 ประเทศหรือดินแดนคือ ไนเจอร์ ตามด้วยอัฟกัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างรายงานประจำปีของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี)  เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ 5 ต.ค. ระบุว่า ประเทศนอร์เวย์ยังครองตำแหน่งชาติประชากรคุณภาพชีวิตดีท่ีสุดของโลก ตามด้วย ออสเตรเลีย ไอซ์แลนด์ แคนาดา ไอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ สวีเดน ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์และญี่ปุ่น ขณะที่สหรัฐอเมริกา อยู่อันดับ13 ลดจากปีท่ีแล้ว 1 อันดับ ส่วนกลุ่มรั้งท้ายจากการสำรวจ 182 ประเทศหรือดินแดนคือ ประเทศไนเจอร์ ตามด้วยอัฟกานิสถาน

เกณฑ์สำรวจคุณภาพชีวิตประชากร วัดจากอายุขัยเฉลี่ยของประชาชน อัตราการรู้หนังสือ อัตราการเข้าชั้นเรียนและรายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากร พบว่า ความแตกต่างของอายุเฉลี่ยประชากรชาวนอร์เวย์กับไนเจอร์ สูงมากถึง 30 ปี ชาวไนเจอร์ อายุขัยเฉลี่ย 50 ปี ขณะที่ชาวนอร์เวย์อายุยืนเฉลี่ย 80 ปี ความแตกต่างระหว่างรายได้ประชากรของชาวไนเจอร์กับนอร์เวย์ ห่างกันมากราว 85 เท่า ชาวญี่ปุ่นอายุยืนที่สุดเฉลี่ย 82.7 ปี ชาวอัฟกานิสถานอายุเฉลี่ยสั้นที่สุด 43.6 ปี ชาติรายได้เฉลี่ยต่อหัวประชากรมากที่สุดคือ ลิกเทนสไตน์ อยู่ที่ปีละ 85,383 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 3 ล้านบาท ส่วนชาติรายได้เแลี่ยน้อยที่สุดคือ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก อยู่ที่ปีละ 298 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 1 หมื่นบาท กลุ่มชาติที่มีพัฒนาการดีขึ้น ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เวเนซูเอลา เปรู โคลอมเบีย อิหร่าน เนปาลและฝรั่งเศส โดย สาธารณรัฐประชาชนจีน เวนเซูเอลาและโคลอมเบียพบว่า ประชากรมีการศึกษามากขึ้น รายได้เฉลี่ยประชากรมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่ทั่วโลกต่างต้องเผชิญคล้าย ๆ กันคือ ผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจถดถอย ปัญหาวิกฤติความขัดแย้งในพื้นที่และปัญหาแพร่ระบาดของโรคเอดส์

สนใจ ทัวร์ต่างประเทศ เชิญได้ที่ etravelway

Recent Comments | Recent Posts


 
bottom