Recent News

OSISU โชว์รูม โชว์ไอเดีย

Posted by admin on August 18th, 2009

เปิดตัวโชว์รูม OSISU เฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดัง ของอาจารย์หนุ่มนักรีไซเคิล สิงห์ อินทรชูโต ไม่เน้นขาย แต่หวังสร้างแรงบันดาลใจคนรุ่นใหม่รักษ์โลก

เป็นความฝันของคนมีไอเดียอย่าง ผศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยายาลัยเกษตรศาสตร์ มานานแล้วว่าอยากมีสถานที่ขนาดพอเหมาะไว้สำหรับแสดงผลงานของตัวเองที่ได้คิด ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อไว้เป็นต้นแบบให้คนทั่วไปได้เกิดแรงบันดาลใจในการคิด หยิบ จับ สิ่งของที่พังแล้ว ไม่มีค่าประโยชน์อันใด หรือที่หลายคนเรียกกันว่า ‘ขยะ’ นำมาดัดแปลงประยุกต์ขึ้นใหม่ไว้ประดับตกแต่ง บ้านเรือนอาคาร จนถึงอาจนำมาใช้สอยประโยชน์อย่างจริงจังได้ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ กระเป๋า ฝาผนัง

วันนี้ แบรนด์ OSISU ซึ่งมี ‘สิงห์ อินทรชูโต’ เป็น ดีไซเนอร์และหุ้นส่วนคนสำคัญ เปิดตัวโชว์รูมอย่างเป็นทางการ โดยการสนับสนุนพื้นที่จากโครงการ H-Cape ซอยเอกมัย ให้ใช้พื้นที่เพื่อแสดงสินค้าและผลงาน ซึ่งนับเป็นแห่งแรกของไทยที่มีโชว์รูม ‘กรีน เฟอร์นิเจอร์’ ของตกแต่งบ้านจากวัสดุเหลือใช้ที่นำมา ‘รีไซเคิล’

ไอเดียดี ไม่มีลิขสิทธิ์

ผู้ก่อตั้งแบรนด์ OSISU พูดถึงการเปิดโชว์รูมครั้งนี้ว่าเริ่มต้นจากการร่วมงานกันมานานปี ระหว่างเขากับ ‘แฮปปี้แลนด์กรุ๊ป’ ซึ่งทำโครงการหมู่บ้านจัดสรร และให้ความสำคัญเรื่องของการออกแบบบ้านให้มีพื้นที่สีเขียวอย่างกลมกลืน

“ครั้งนี้ถือว่าเป็นพาร์ทเนอร์กัน โดยแฮปปี้แลนด์กรุ๊ปชวนให้มาลองเปิดโชว์รูม ถือเป็นครั้งแรกที่ OSISU มีโชว์รูม เพราะที่ผ่านมา สินค้าจะวางตามห้างสรรพสินค้าและทางเวบไซต์ ทำให้สินค้าบางชิ้นที่มีขนาดใหญ่จะมีปัญหาเรื่องของการนำเสนอเพราะไม่มี พื้นที่ลง”

‘สิงห์’ บอกด้วยว่า การมีโชว์รูมเป็นของตัวเองจะทำให้เขาสามารถทำอีกหนึ่งความฝันให้เป็นจริง นั่นก็คือการเปิดแหล่งเรียนรู้เรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ด้วยการแสดงให้เห็นตัวอย่างของการนำของไร้ค่าที่เคยสร้างภาระให้ชุมชน ให้กลับมามีประโยชน์ได้อีกครั้ง

“ทีนี้ใครสนใจอยากเจอผม อยากแลกเปลี่ยนไอเดีย อยากรู้ว่าผลิตภัณฑ์บางตัวสามารถทำได้อย่างไร ก็เข้ามาถามกันได้ ผมยินดีตอบ อยากเปิดอบรมวิธีการทำ ขั้นตอนกระบวนการผลิต เพราะผมอยากให้ทุกคนเข้าถึงผลิตภัณฑ์พวกนี้ได้”

ผู้ชำนาญการด้านดีไซน์ขยะรีไซเคิล ยืนยันว่าเขาไม่ได้นึกถึงเรื่องธุรกิจการค้า มากไปกว่าการหวังจะเผยแพร่แนวคิด ด้วยเหตุนี้ 3 ปีของแบรนด์ OSISU จึงพิสูจน์ตัว ด้วยการไม่เคยจดสิทธิบัตร เพราะไม่กลัวการลอกเลียนแบบ แต่กลับอยากให้ทุกผลิตภัณฑ์เป็นต้นแบบที่มีผู้นำไปพัฒนาต่อ

“สินค้าทุกชิ้นที่ทำมาไม่เคยจดลิขสิทธิ์ เพราะไม่คิดทำการค้ามาแต่แรก แม้แต่แบรนด์ OSISU ก็ไม่อยากให้คนสนใจชื่อแบรนด์มากกว่าจดจำความประทับใจกับวัสดุที่นำมาใช้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ ให้เกิดการคิดตั้งคำถามต่อไปว่า ของแบบนี้ ทำเองได้ไหม ทำอย่างไร” และนี่คือสิ่งที่ ‘ดร.สิงห์’ ปรารถนา

ขยะล้น ไอเดียทะลัก

อาจารย์หนุ่มนักดีไซน์ ยังชี้ลายแทงขุมทรัพย์ที่รอการขุดค้นว่า ‘กรีน โปรดัก’ หรือสินค้าเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมยังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อ เนื่อง และเพียงพอที่จะรองรับนักคิดนักออกแบบรุ่นใหม่ๆ ที่จะเข้ามาคิดประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์ไอเดียดีเพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภค

ด้วยประสบการณ์ในช่วงหลายปี ‘สิงห์’ ยังตั้งข้อสังเกตว่า ปัจจุบันตลาด ‘กรีน โปรดัก’ เปิดกว้างมากขึ้น จากก่อนหน้านี้ นิยมแต่ผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ โดยเฉพาะไม้ แต่ตอนนี้ ผู้บริโภคยอมรับวัสดุอย่าง เหล็ก พลาสติก และวัสดุสังเคราะห์ต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ขอเพียงมีดีไซน์ที่สวยแปลกตา สีสันสดใส ทำให้การออกแบบเป็นไปได้อย่างลื่นไหล ไม่ถูกจำกัดเหมือนเมื่อก่อน

‘สิงห์’ ยัง มองในมุมสิ่งแวดล้อมของสังคมว่า หากคนรุ่นใหม่ลุกขึ้นมาสร้างผลิตภัณฑ์รีไซเคิลจนถึงระดับอุตสาหกรรม ก็จะเป็นผลดีในการช่วยลดปริมาณขยะ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ทุกสังคมบริโภคกำลังเผชิญได้เป็นอย่างดี ด้วยแนวคิดเช่นนี้ ที่ทำให้ OSISU เดินหน้าออกแบบและผลิตงานอย่างต่อเนื่อง โดยหวังว่าจะเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอนการผลิต

“ตั้งใจตั้งแต่ครั้งแรกที่คิดทำ ผลิตภัณฑ์พวกนี้ขึ้นมา โดยมองว่านี่เป็นโอกาสสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่คนจำนวนมาก ยิ่งความรู้ถูกกระจายไปมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นการกระจายทัศนคติเกี่ยวการนำของเหลือใช้มาผลิตซ้ำให้เกิดประโยชน์ ได้มากเท่านั้น”

ความรู้ที่กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง ‘สิงห์’ หวังว่าจะก่อให้เกิดทักษะความชำนาญในเชิงช่างตามมาด้วย ทั้งนี้ การขาดแคลนช่างฝีมือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ ‘สิงห์’ ชี้ว่าทำให้งานดีไซน์มีราคาสูง โดยเขายืนยันว่าที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ของ OSISU คิดต้นทุนเฉพาะค่าวัสดุ ค่าแปรรูปวัสดุ และค่าแรง

“ถ้าวัสดุที่นำมาใช้ต้องบูรณาการใหม่ ด้วยการล้าง ตัด ตกแต่ง มากเท่าใดก็ต้องใช้แรงงานเพิ่มเท่านั้น นั่นคือค่าแรงของช่างจะสูงตาม วัสดุชิ้นไหนเมื่อมาถึงไม่ต้องทำอะไรมาก แค่ล้าง ทำความสะอาด ประกอบอย่างง่าย ราคาจะไม่แพง ฉะนั้นต้องดูเป็นชิ้นๆไป ส่วนค่าออกแบบให้ตัดไปได้ ไม่ต้องเอามาคิด เพราะออกแบบเอง”

นี่ขนาดไม่บวกค่าดีไซน์ สินค้าก็ยังมีราคาสูง เพราะส่วนหนึ่งมาจากค่าแรงของช่าง ‘ฝีมือดี’ ที่หายากในปัจจุบัน

“ตอนนี้เรามีช่างฝีมือจำนวนน้อย ทำให้มีปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิต ถ้าช่างมีจำนวนมากขึ้น ผลิตภัณฑ์จะราคาถูกลง สินค้าจะหลากหลายกว่านี้ ผมมีแบบที่คิดไว้ในเยอะมาก คิดทุกวัน ช่างทำตามไม่ทัน”

เรียกว่านอกจากจะไม่กลัวก็อป ไม่กลัวโดนแย่งตลาด แต่กลับหวังให้เกิด แนวร่วมอุดมการณ์เดียวกันขึ้นอีกเยอะๆ เพราะ ‘สิงห์’ เชื่อว่าไอเดียสร้างสรรค์มีได้ไม่จำกัด ยิ่งมีคนลงสนามมากเท่าไร การแข่งขันจะนำไปสู่การสร้างผลงานดีๆ เพื่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชึวิตที่ดีของทุกคน

ฮือฮา สื่อผู้ดีตีแผ่ไมเคิลมีทายาทคนโตเป็น หนุ่มแดนเซ่อร์

Posted by admin on July 22nd, 2009

สื่อผู้ดีแฉไมเคิล แจ็กสัน มีลูกเป็นหนุ่มแดนเซ่อร์ หน้าคล้าย ปรินซ์ ไมเคิล จูเนียร์และบิดา โดยเป็นทายาทคนแรก ระบุแอบดูแลอย่างลับ ๆ ด้านครอบครัวพร้อมหากสังคมต้องการให้พิสูจน์ดีเอ็นเอ

“เดอะ ซัน”รายงานเมื่อวันที่ 22 ก.ค.ว่า โอมาร์ แบ็ตติ แดนเซอร์ชายวัย 25 ปี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นเป็นลูกลับ ๆ ของไมเคิล ได้รับที่นั่งแถวหน้าสุด ในงานประกอบพิธีระลึกศพไมเคิล แจ็กสัน ราชาเพลงป๊อปผู้เสียชีวิต เมื่อสองสัปดาห์ก่อน โดยเธอมีโอกาสได้นั่งเก้าอี้แถวหน้าเดียวกับเหล่าพี่ชาย พี่สาว และน้องสาว ไมเคิล เหตุการณ์ยิ่งตอกย้ำกระแสร่ำลือว่า ไมเคิล แจ๊กสัน แอบมีลูกชายก่อนหน้านี้ โดยแดนเชอร์รายนี้ยังมีใบหน้าคล้าย”ปรินซ์ ไมเคิล จูเนียร์”ลูกชายคนสุดท้องของไมเคิลอย่างแสนจะน่าทึ่งด้วย

เดอะซัน รายงานว่า เชื่อกันว่า โอมาร์ ถือกำเนิดเมื่อปี 1984 โดยเขาเคยอาศัยอยู่ในคฤหาสน์”เนเวอร์แลนด์”เป็นเวลาหลายปี และอยู่ร่วมกับบรรดาลูก ๆ ของไมเคิล ราวกับเป็นครอบครัวเดียวกัน นอกจากนี้ ช่วงเขาอายุ 14 ปี โอมาร์ยังเคยเปิดห่อของขวัญกับไมเคิล แจ็กสัน ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสด้วย และเมื่อปี 2003 เขาได้รับการถ่ายภาพในงานฉลองวันเกิดของไมเคิล และได้นั่งรถลีมูซีนไปกับไมเคิลด้วย นอกจากนี้ ในช่วงตำรวจสอบสวนคดีไมเคิลล่วงละเมิดทางเพศเด็ก โอมาร์ก็อยู่ในไร่คฤหาส์เนเวอร์แลนด์ด้วย

รายงานระบุว่า หลังจากโอมาร์ลืมตาดูโลก ไมเคิลได้ส่งลูกจ้างของเขา 2 คน ไปช่วยมารดาของโอมาร์เลี้ยงเขา โดยไมเคิลและโอมาร์ ได้พบกันครั้งแรกเมื่อปี 1996 ซึ่งขณะนั้นโอมาร์มีอายุ 12 ปี โดยโอมาร์ได้รับอิทธิพลและแรงบันดาลใจจากพ่อของเขา ทำให้เขาประกอบอาชีพเป็นแดนเซ่อร์ในเวลาต่อมา และว่า นับตั้งแต่ปี 1996 โอมาร์เคยปรากฎตัวต่อสาธารณชนร่วมกับไมเคิล รวมทั้งได้ขึ้นเวทีร่วมกับไมเคิลด้วย อย่างไรก็ตาม โอมาร์ผู้นี้มีปัญหาคล้ายพ่อ คือ มีเรื่องยาเสพติด เขาเคยถูกจับในข้อหามีกัญาจำนวนเล็กน้อยไว้ในครอบครอง ระหว่างพำนักอยู่กับครอบครัวที่นอร์เวย์ เมื่อปี 2004 และถูกปรับ

เดอะซัน เผยด้วยว่า สำหรับโอมาร์และไมเคิล ได้พยายามปกปิดความสัมพันธ์ฉันท์พ่อลูกของทั้งสองจากบุคคลทั่วไป จนกระทั่งไมเคิลเสียชีวิตเพราะการใช้ยาเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ซึ่งในการสัมภาษณ์เขาครั้งหนึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา โอมาร์ได้บอกว่า ความซื่อสัตย์ของเขาเขาถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับเขา ทั้งนี้ รายงานระบุว่า ปัจจุบัน โอมาร์ แบ็ตติ พยายามจะแจ้งเกิดเป็นศิลปินแนวแร๊พและฮิพฮอพ โดยใช้ชื่อว่า”โอ-บี”

นอกจากนี้ เดอะซัน ยังได้สัมภาษณ์ครอบครัวของโอมาร์ ซึ่งพวกเขาไม่ปฎิเสธหากมีความต้องการจะให้พิสูจน์ดีเอ็นเอว่า โอมาร์เป็นทายาทของไมเคิลหรือไม่ หากมีกระแสเรียกร้องเกิดขึ้น

พบยาต้องห้าม บ้าน ไมเคิล แจ๊กสัน

Posted by admin on July 5th, 2009

พบยา- บ้านพักของไมเคิล แจ๊กสัน ในย่านเอ็นซิโน นครลอสแองเจลิส สหรัฐ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพบยาต้องสงสัยที่อาจเป็นสาเหตุการตายของแจ๊กสัน เป็นชนิด ดิพริแวน ฤทธิ์รุนแรง เมื่อ 4 ก.ค. (เอพี)

เอพีรายงานความคืบหน้าการสืบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของไมเคิล แจ๊กสัน ราชาเพลงป๊อปชื่อก้องโลก ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนครลอสแองเจลิส พบยาตามใบสั่งที่มีฤทธิ์แรงตามที่เป็นข่าวภายในบ้านของแจ๊กสัน ยาชนิดดังกล่าวมีชื่อว่า ดิพริแวน หรือโปรโปฟอล ใช้ระงับความรู้สึกและเป็นยาสลบฤทธิ์รุนแรง ส่งผลต่อประสาทส่วนกลาง ปกติจะไม่พบในบ้านของคนทั่วไป การพบยาขนานนี้ยิ่งตอกย้ำข้อสันนิษฐานว่า แจ๊กสันหัวใจวายตายเพราะฤทธิ์ยา ส่วนผลการชันสูตรอย่างละเอียดคาดว่าจะต้องรออีกหลายสัปดาห์

ด้านเอ็มเอสเอ็นบีซี รายงานถึงประเด็นการฟ้องร้องเพื่อขอสิทธิ์เลี้ยงดูลูกๆ ของแจ๊กสัน ว่า เจสซี่ แจ๊กสัน เพื่อนสนิทของนักร้องผู้ล่วงลับ กล่าวว่า ลูกๆ ของแจ๊กสันไม่รู้จักแม่ของตนเอง และต้องการอยู่กับญาติของฝ่ายพ่อ หลังจากนางเด็บบี้ โรว์ ยื่นเรื่องขอสิทธิ์เลี้ยงดู ด.ช.พรินซ์ ไมเคิล และด.ญ.ปารีส ในฐานะแม่ที่แท้จริง ซึ่งศาลนัดไต่สวนในวันที่ 13 ก.ค.

นายเจสซี่ กล่าวว่า เด็บบี้ไม่เคยยุ่งเกี่ยวในชีวิตของเด็ก และเด็กก็ไม่รู้จักนางเด็บบี้แต่อย่างใด เด็กรู้สึกปลอดภัยกว่าเมื่ออยู่กับปู่ย่าและญาติฝ่ายพ่อ เพราะเป็นครอบครัวเดียวที่เด็กรู้จักมักคุ้น

สำหรับงานพิธีรำลึกที่คาดว่าจะมีคลื่นแฟนเพลงหลั่งไหลมาร่วมงานรอบสนาม กีฬาสเตเปิลส์ เซ็นเตอร์ กลางนครลอสแองเจลิสนั้น ตำรวจประเมินว่า จะมีฝูงชนราว 250,000-700,000 ที่พยา ยามจะเข้ามาใกล้สนามมากที่สุด แม้ว่าจะมีตั๋วแจกให้กับแฟนเพลงที่เข้าไปด้านในสนามได้เพียง 17,500 ใบ

รายงานระบุว่า หลังจากผู้จัดเปิดให้เข้าจองในระบบเดียวกับลอตเตอรี่ มีแฟนเพลงแห่เข้าไปชิงตั๋วทางเว็บไซต์อย่างถล่มทลาย ทางเจ้าหน้าสภาเมืองแนะนำให้ประชาชนที่ไม่ได้ตั๋ว ชมการถ่ายทอด สดทางโทรทัศน์ที่บ้านจะดีกว่า

ขรก.นัดแต่งดำ29มิ.ย.

Posted by admin on June 25th, 2009

ข้าราชการนัดแต่งชุดดำในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ ทวงข้อเสนอรัฐบาลแก้ปัญหาให้กับสมาชิก กบข.-ยกเลิกระบบ กบข. หันมาใช้ระบบบำนาญ

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) กล่าวภายหลังสักการะสิ่งศักดิ์ เนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง ว่า ขณะนี้ยอมรับว่าข้าราชการที่เป็นสมาชิก กบข.ได้ติดตามผลดำเนินงานของ กบข.อย่าง ใกล้ชิด หลังจากเกิดปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจจนกระทบต่อผลดำเนินงานของกองทุน แต่ขณะนี้ขาดผู้บริหารระดับสูง จึงได้เร่งให้คณะกรรมการ 2 ชุด คือ คณะกรรมการสรรหาเลขาธิการ กบข. และคณะกรรมการคัดเลือกบริษัทคัดสรรผู้บริหาร ซึ่งได้คัดเลือกบริษัทในการหาผู้บริหารได้แล้ว จากนั้นจะเสนอชื่อให้คณะกรรมการรับทราบภายใน 30 วัน แต่หากบอร์ดไม่พอใจจะให้ขยายเวลาการสรรหาเพิ่มอีก 10 วันซึ่งเชื่อว่าจะหาเลขาธิการได้โดยเร็วที่สุด

ส่วนกระแสข่าวว่ามีชื่อ นายวิสิฐ ตันติสุนทร อดีตเลขาธิการ กบข. มา สมัครด้วยนั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบรายชื่อที่ชัดเจน ต้องรอขั้นตอนการคัดเลือกให้เสร็จก่อน ส่วนการมีบริษัทคัดสรรผู้บริหารนั้น เป็นวิธีดำเนินการของบอร์ด กบข.นานแล้ว

ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีกระทรวงมหาดไทยเห็นชอบการปรับเพิ่มค่าครองชีพ 2,000 บาท ให้กับพนักงาน การประปานครหลวง (กปน.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) สำหรับผู้มีรายได้ไม่เกิน 50,000 บาทต่อเดือนนั้น เรื่องดังกล่าวต้องดูให้สอดคล้องกับรายได้และสถานะของรัฐวิสาหิจแต่ละแห่ง ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กำลังศึกษาเรื่องดังกล่าว เมื่อสรุปได้แล้วจะส่งกลับมาให้ตนทราบอีกครั้ง

ข้าราชการนัดแต่งดำ 29 มิ.ย. ทวงข้อเสนอยกเลิกระบบ กบข.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าข้าราชการสมาชิกได้นัดแต่งชุดดำในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เพื่อทวงข้อเสนอจากรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาให้กับสมาชิก กบข. ทั้งการยกเลิกระบบ กบข. การปรับระบบบัญชี การปรับแผนการลงทุนในต่างประเทศ และการยกเลิกระบบ กบข. แล้วหันไปใช้ระบบบำนาญแทน

เทคโนฯปทุมวัน รุ่นพี่ประท้วงหยุดเรียน

Posted by admin on June 18th, 2009

รับสมัครเด็กปี1 เทคโนฯปทุมวันได้ใน1-2สัปดาห์ รุ่นพี่ประท้วงหยุดเรียน
รับสมัครเด็กปี1 เทคโนฯปทุมวันได้ใน1-2สัปดาห์ รุ่นพี่ประท้วงหยุดเรียน

นศ.เทคโนฯปทุมวัน รวมพลประท้วงเรียกร้องเปิดรับเด็กปี1เพิ่ม หยุดเรียน ปิดถนนพระราม 1 พร้อมขู่ไม่เรียนภาค 1 อธิการบดี-เลขาฯกกอ.แจ้นเจรจา สุดท้ายยอมเปิดรับใหม่รอบ 4 แต่ไม่ลดเกณฑ์คัดเลือก คาดรับสมัครได้ภายใน 1-2 สัปดาห์

เหตุการณ์นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันชั้นปีที่ 2-4 และผู้ที่สอบไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกของสถาบัน ประมาณ 250 คน รวมตัวประท้วงบริเวณหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติเพื่อเรียกร้องให้นายสมเกียรติ จงประสิทธิ์พร รักษาการอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ทบทวนการรับนักศึกษา และเรียกร้องให้รับผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก 104 คน เข้าเรียนในสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เพราะการสอบคัดเลือกในรอบที่ 3 มีผู้ผ่านเกณฑ์เพียง 33 คน ตั้งแต่เย็นวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมานั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน กลุ่มนักศึกษาดังกล่าวที่ประท้วงได้นำโซ่มาคล้องเพื่อล็อคประตูด้านหน้า และไม่อนุญาตให้ใครผ่านเข้า-ออก รวมทั้งไม่ยอมเข้าเรียน ไปรวมตัวประท้วงบริเวณหน้าสถาบัน และร่วมกันร้องเพลงประจำสถาบันในการปลุกใจ พร้อมยื่นข้อเสนอว่าหากอธิการบดียังไม่มีคำตอบ หรือออกมาชี้แจงให้ชัดเจน จะปักหลักประท้วงต่อไป และปิดถนนพระราม 1 ทันที

จากนั้นนายกรีวุธ มณีงาม นักศึกษาปี 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมตัวแทนนักศึกษา 5 คน เข้าพบนายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (เลขาธิการ กกอ.) เพื่อขอให้เป็นตัวกลางเจรจารับนักศึกษาทั้ง 104 คน เข้าเรียนในสถาบัน หรือเปิดให้สอบรอบ 4 โดยนายสุเมธรับเรื่องไว้ เพื่อหารือกับนายสมเกียรติ

ผู้ที่สอบไม่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกรายหนึ่งกล่าวว่า ได้ผ่านการสอบคัดเลือกมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่ผ่าน เพราะข้อสอบจะเน้นหลักสูตรมัธยมปลายมากเกินไป จึงอยากให้สถาบันเปิดโอกาสให้เข้าเรียน เพราะไม่สามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนได้ เนื่องจากทางบ้านไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน

ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) นายสุเมธกล่าวภายหลังหารือร่วมกับนายสมเกียรติ และคณะผู้บริหารสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ร่วม 2 ชั่วโมง ว่า เพื่อดำรงศักดิ์ศรีด้านวิชาการของสถาบัน และยกระดับมาตรฐานให้สถาบันเป็นสถานศึกษาที่ผลิตวิศวกรชั้นสูงของประเทศ ต่างเห็นตรงกันควรคงมาตรฐานเดิมที่กำหนดไว้ จะไม่เปิดรับนักศึกษารอบ 4 ในภาคเรียนที่ 1/2552 แต่จะเปิดรับนักศึกษาเพิ่มเติมในภาคเรียนที่ 2/2552 แทน โดยยึดหลักเกณฑ์เดิมที่ให้นักศึกษาต้องได้คะแนนสอบในวิชาคณิตและวิทย์เกินกว่าร้อยละ 50 จึงจะพิจารณาผลสอบในรายวิชาอื่นๆ

นายสมเกียรติกล่าวว่า หากต้องการพัฒนาคุณภาพของสถาบันให้มีชื่อเสียงและมีมาตรฐานทัดเทียมสถาบันอื่นๆ นักศึกษาต้องเข้าใจ และรับฟังอย่างมีเหตุผล ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าแต่ละปีมีนักศึกษาถูกรีไทร์จำนวนมาก โดยเฉพาะปีการศึกษา 2551 มีนักศึกษาต้องถูกรีไทร์ถึงร้อยละ 47 ส่วนที่นักศึกษารุ่นพี่ระบุว่าหากสถาบันไม่เปิดรับรอบ 4 จะไม่ลงทะเบียนเรียนนั้น คงบังคับไม่ได้ แต่จะเกิดผลเสียกับตัวนักศึกษาเอง

“ขณะนี้สั่งให้ปิดเรียนเป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่ 17-23 มิถุนายน เพื่อป้องกันเหตุ และประสานกับตำรวจในพื้นที่เข้าไปดูแลสถานการณ์อีกทางหนึ่ง”นายสมเกียรติกล่าว

นายปาล์ม นักศึกษาปี 2 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน กล่าวว่า รับไม่ได้กับผลการหารือครั้งนี้ และเรียกร้องให้รับทั้ง 104 คน เข้าเรียนโดยไม่มีเงื่อนไข เพราะขณะนี้สถาบันอุดมศึกษาของรัฐเกือบทุกแห่งปิดรับสมัครแล้ว หากต้องเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนก็จะเป็นภาระกับครอบครัวซึ่งส่วนใหญ่ยากจน และถ้าให้รอสมัครเรียนใหม่ในภาคเรียนที่ 2 ก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้น นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน 4 คน บุกมาที่ สกอ.ด้วยท่าทีแข็งกร้าว เพื่อเชิญนายสมเกียรติไปชี้แจงที่สถาบัน ขณะเดียวกันกลุ่มนักศึกษากว่า 200 คน ได้เคลื่อนออกจากสถาบันเพื่อมุ่งหน้าไป สกอ.โดยปิดช่องทางการจราจรบริเวณถนนพระราม 1 ฝั่งสถาบัน 1 ช่องทาง แต่ พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผกก.สน.ปทุมวัน ได้นำกำลังตำรวจจำนวนหนึ่งมาดูแลสถานการณ์หน้าสถาบัน และให้นักศึกษาชุมนุมในขอบเขต ห้ามปิดถนน หรือทำให้ประชาชนเดือดร้อน พร้อมให้เวลา 5 นาที กลับเข้าไปในสถาบัน ไม่เช่นนั้นจะใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด พร้อมเข้าเจรจากับแกนนำนักศึกษา จนกลุ่มนักศึกษายอมเปิดถนน กลับเข้าไปในสถาบัน

กระทั่งเวลา 16.30 น. นายสุเมธพร้อมด้วยนายสมเกียรติ มายังสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันเพื่อชี้แจงนักศึกษารุ่นพี่ และผู้ที่สอบไม่ผ่าน โดยเปิดโอกาสให้มีการถามข้อสงสัย ซึ่งตัวแทนนักศึกษาได้สอบถามถึงเหตุผลที่ไม่ยอมเปิดรับรอบ 4 และเรียกร้องให้ทบทวนอีกครั้ง โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์ โดยระบุว่าหากอาจารย์คิดว่าเด็กไม่มีคุณภาพ และไม่รับเข้าเรียน ถ้าพวกตนพูดบ้างว่าอาจารย์ไม่มีคุณภาพ และให้คณะผู้บริหารออกยกชุด คิดว่าปัญหาทั้งหมดอยู่ที่สถาบันไม่ได้อยู่ที่เด็ก และขอยืนยันจะหยุดเรียน 1 ภาค เพื่อให้รุ่นน้องได้เข้ามาเรียนพร้อมๆ กัน และจะนั่งอยู่ที่สถาบันไม่กลับบ้าน แต่หากสถาบันยอมพิจารณารับอีกรอบ พวกรุ่นพี่จะช่วยติวให้น้องๆ จะได้รู้ว่าเด็กที่ไม่มีคุณภาพ แต่เรียนแล้วได้เกรดเฉลี่ย 3.00 เป็นอย่างไร

จากนั้นผู้บริหารสถาบันได้ร่วมหารือกันอีกครั้ง และสรุปว่าจะเปิดรับรอบ 4 ในภาคเรียนที่ 1 อีกครั้ง ซึ่งนายสุเมธกล่าวภายหลังว่า สกอ.จะทำหนังสืออนุญาตให้เปิดรับนักศึกษารอบที่ 4 เพื่อปลดล็อคกฎเกณฑ์ที่เป็นปัญหา และเพื่อให้อธิการบดีมีอำนาจในการคัดเลือกนักศึกษาเข้าเรียนในภาคเรียนที่ 1 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีได้รับฟังคำตอบจากนายสุเมธ นักศึกษาทุกคนต่างเฮลั่น และเรียกร้องให้ผู้บริหารนำข้อสอบ ปวช.มาใช้สอบแทนข้อสอบมัธยมปลาย

นายสมเกียรติกล่าวว่า จะเปิดสอบรอบ 4 อีกครั้ง เพื่อให้โอกาสนักศึกษาทุกคน แต่จะใช้กระบวนการคัดเลือกในระบบโควต้า และการสอบเข้าจะยึดตามเกณฑ์เดิม โดยเกรดเฉลี่ยในส่วนของโควต้าที่นักศึกษารุ่นพี่เรียกร้องให้ใช้ 2.50 นั้น ต้องไปดูว่ากฎระเบียบกำหนดเท่าใดแน่ เพราะอาจารย์ประจำคณะแจ้งว่าต้อง 3.00 ขึ้นไป ส่วนข้อสอบยืนยันว่าไม่ยาก และจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุดภายใน 1-2 สัปดาห์

Recent Comments | Recent Posts


 
bottom